ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ  (อ่าน 76 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ n0menskyiii01

  • Newbie
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 3
  • ประเทศ: th
  • ได้รับคำขอบคุณ: 0
  • รถรับจ้าง | ไทยแลนด์มูฟอิงไกด์
    • ดูรายละเอียด
  • ไทยแลนด์มูฟอิงไกด์

รถรับจ้างราคาถูก


กระเทียม
กระเทียมกับผลดีต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเหมือนกันกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงเตรียมอาหาร กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วไป เพราะเหตุว่าอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และก็ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีสาระต่อสภาพทางด้านร่างกาย
กระเทียม
ผู้คนจำนวนมากอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมีต้นเหตุมาจากสารอัลลิสิน (Allicin) นอกจากจะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่เด่นแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วก็อาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดีขึ้น โดยที่หลายๆคนมั่นใจว่าการรับประทานกระเทียมบางทีอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิต ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล บรรเทาหวัด รวมถึงใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมร่วงอีกด้วย
ดังนี้ข้อยืนยันหรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยรับรองสรรพคุณ คุณประโยชน์ รวมทั้งความปลอดภัยของการรับประทานกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับในการรักษาโรคเหล่านี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิสินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงหน้าในหลอดเลือดและก็ส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัวรวมทั้งทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่มีระดับความดันเลือดสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากยิ่งกว่าหรือพอๆกับ 140 ไม่ลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มก.  เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับคนเจ็บที่กินยาหลอก ก็เลยอาจจะกล่าวว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีสมรรถนะในการรักษาคนป่วยความดันเลือดสูงได้ดียิ่งไปกว่ายาหลอก
แม้กระทั่งมีการทดสอบอีก 2 ชิ้นที่บ่งบอกถึงถึงคุณภาพของกระเทียมสำหรับในการลดความดันเลือดได้ดีมากยิ่งกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าผลการทดลองอาจยังไม่แม่นยำเพียงพอที่จะสรุปประสิทธิภาพของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจรวมทั้งหลอดเลือดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จึงยังจำเป็นจะต้องเรียนรู้เสริมเติมเพื่อรับรองคุณภาพที่เด่นชัดเพิ่มขึ้น
มะเร็ง ความเกี่ยวข้องของการบริโภคกระเทียมแล้วก็ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังกำกวมและยังคงเป็นที่แย้งกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งหมดศชายรวมทั้งผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารจำนวนกว่า 5,000 คน รับประทานสารอัลลิทริดินขนาด 200 มก. ต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี และก็เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอกแล้วพบว่ากรุ๊ปที่รับประทานสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดน้อยลง 33 เปอร์เซ็นต์ และก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะลดน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม มีการทำการศึกษาอีก 19 ชิ้นแสดงให้เห็นว่า ยังไม่เจอหลักฐานที่น่าเชื่อถือถึงที่เหมาะจะช่วยส่งเสริมความเกี่ยวพันของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ มะเร็งอก มะเร็งปอด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมีหลักฐานที่ค่อนข้างจำกัดที่สนับสนุนว่าการบริโภคกระเทียมอาจช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในโพรงปาก หรือโรคมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกา (NCI) ได้พูดว่ากระเทียมเป็นผักประเภทหนึ่งที่อาจมีคุณลักษณะต้านทานโรคมะเร็ง แต่ว่ายังมีต้นสายปลายเหตุอื่นๆอาทิเช่น รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกระเทียม หรือปริมาณความเข้มข้นที่หลากหลาย อาจจะเป็นผลให้พิสูจน์ถึงคุณภาพของกระเทียมได้ยาก และเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้สมรรถนะของกระเทียมหมดลงไปได้เช่นเดียวกัน
แก้หวัด หลายท่านเชื่อว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์รวมทั้งเชื้อไวรัส รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันรวมทั้งทุเลาอาการหวัดมาอย่างช้านาน ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน กินสารสกัดจากกระเทียมแบบเป็นเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิซินขนาด 180 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้ง ตรงเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครจดบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 65 ครั้ง ทั้งยังยังพบว่าระยะเวลาของการเป็นหวัดในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีจำนวนวันที่น้อยกว่า แต่ระยะเวลาการฟื้นฟูสภาพจากอาการหวัดของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปมีความต่างกันเพียงเล็กน้อย ถึงผลการทดสอบข้างต้นจะแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดลองทางคลินิกยังไม่เพียงพอและก็ควรต้องเรียนรู้เสริมเติมเพื่อรับรองสมรรถนะของกระเทียมให้แจ้งชัดยิ่งขึ้น
ลดน้ำหนักและมวลไขมัน ในคนป่วยสภาวะไขมันพอกตับ ที่มิได้มีเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นมักมีเหตุมาจากโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งการรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดน้ำหนักบางทีอาจไม่เพียงพอ ถ้าหากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารพร้อมกันไปด้วย การกินกระเทียมจึงอาจเป็นโอกาสหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเหตุว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์และก็สารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณลักษณะปกป้องสภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนไข้ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งปวงศชายและผู้หญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี ปริมาณทั้งปวง 110 คน รับประทานกระเทียมผงจำพวกแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งภายในประกอบไปด้วยสารอัลสิลินขนาด 1. 5 มก.  วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ว่ากินกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า น้ำหนักและมวลร่างกายน้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก จึงอาจจะกล่าวว่าการกินกระเทียมบางทีอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับและก็ปกป้องหรือชะลอการเกิดสภาวะไขมันพอกตับที่มิได้มีต้นเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นการเล่าเรียนในอนาคตยังควรต้องวางแบบการทดลองให้รวมทั้งควรเพิ่มระยะเวลาในการทดลองเพื่อยืนยันความสามารถของกระเทียมให้แน่ชัดยิ่งขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงไม่ตรงกัน ก็เลยทำให้ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองรวมทั้งการเรียนโดยการทบทวนงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เกี่ยวข้องจำนวน 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การกินกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้น้อย แต่ว่าไม่ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น หรือเปล่าทำให้ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยลงอะไร ก็เลยยังจำเป็นจะต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อหาผลสรุปแล้วก็รับรองสมรรถนะของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่กระจ่างยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยในการรับประทานกระเทียม
การรับประทานกระเทียมออกจะไม่มีอันตรายหากรับประทานในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ดังเช่นว่า ปากเหม็น มีกลิ่นเต่า รู้สึกแสบร้อนที่บริเวณปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกึ่งกลางอก ท้องเฟ้อ อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องเดิน อาการพวกนี้บางทีอาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรับประทานกระเทียมสด ทั้งยังการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่รอบๆผิวหนังอาจทำให้กำเนิดอาการแสบร้อนรวมทั้งเคืองได้
ข้อควรพิจารณาในการกินกระเทียมโดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อแต่นี้ไป
ผู้ที่กำลังมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในตอนการมีท้องค่อนข้างจะไม่เป็นอันตรายถ้ากินเป็นของกินหรือในจำนวนที่สมควร แต่ว่าอาจไม่ปลอดภัยถ้ากินกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
เด็ก การกินกระเทียมในจำนวนที่เหมาะสมและในระยะสั้นๆอาจไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก แต่ว่าการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจทำให้กำเนิดอาการแสบร้อนรวมทั้งระคาย
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยของอาหาร อาจจะทำให้มีการระคายเคืองที่ดินเดินอาหารได้
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การกินกระเทียมอาจส่งผลให้ระดับความดันเลือดลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าธรรมดา
ผู้ที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดรับประทานกระเทียมก่อนการผ่าตัดขั้นต่ำ 2 อาทิตย์เนื่องจากว่าอาจจะส่งผลให้เลือดออกมากแล้วก็ส่งผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และคนที่มีภาวการณ์เลือดออกไม่ดีเหมือนปกติไม่สมควรกินกระเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเทียมสด เนื่องจากว่าอาจเพิ่มการเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกินยารักษาโรค อาทิเช่น ไอโซไนอะซิด เพราะกระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาภายในร่างกายและมีผลต่อประสิทธิภาพรูปแบบการทำงานของยา รวมถึงไม่สมควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังนี้
ยารักษาการติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ยาคุมกำเนิด
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ยาต่อต้านเกล็ดเลือด
hxxp: www. disthai. com/





Tags:
 
แบ่งปันบทความนี้ ...
เว็บบอร์ด
(BBCode)
เว็บไซต์
(HTML)




Facebook Comments