แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - n0menskyiii01

หน้า: 1
1

กระเทียม
ลักษณะทางกายภาพและเคมีที่ดี:
           ปริมาณน้ำไม่เกิน 68% w/w  ปริมาณเถ้ารวมไม่เกิน 2. 5% w/w  ปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรดไม่เกิน 1% แล้วก็จำนวนสารสกัดเฮกเซน แอลกอฮอล์ และก็น้ำ โดยประมาณ 0. 52, 0. 50 และก็ 15% w/w  ตามลำดับ เภสัชตำรับอังกฤษกำหนดปริมาณสาร alliin ไม่น้อยกว่า 0. 45 % w/w
สรรพคุณ:
           ตำรายาไทยใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ  อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดทุพพลภาพ  แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด  บำรุงธาตุ  กระจายเลือด  ขับฉี่ แก้บวมพุพอง  ขับพยาธิ  แก้ตาปลา  แก้ตาแดง ร้องไห้  ตาพร่า รักษาโรคลักปิดลักเปิด  รักษามะเร็งคุด   รักษาริดสีดวง แก้ไอ  คุมกำเนิด แก้สะอึก  บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นโรครำมะนาด  แก้หูอื้อ แก้อัมพาต  ลมเข้าข้อ  แก้อาการชักของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดค่อย รักษาวัณโรค  แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ  ขับเลือดเมนส์  บำรุงเส้นประสาท   แก้ไข้   แก้บวมช้ำ แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก   แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม  บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากโรคเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง  ทาข้างนอกทุเลาลักษณะของการปวดบวมตามข้อเพราะว่าเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเดิน), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ตีชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)
         บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้เริ่มแรก ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ กำหนดการใช้กระเทียมในตำรับ “ยาแก้ลมอัมพฤกษ์” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์ทุเลาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา ตำรับ "ยาประสะไพล" มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณรักษาระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อชูว่าปกติ บรรเทาอาการปวดระดู  และก็ขับน้ำคร่ำในหญิงหลังคลอดลูก
แบบแล้วก็ขนาดการใช้ยา:
กระเทียมสด 2-5 กรัมต่อวัน กระเทียมแห้ง 0. 4-1. 2 กรัมต่อวัน น้ำมันกระเทียม 2-5 มิลลิกรัมต่อวัน สารสกัด 300-1,000 มก. ต่อวัน หรือแบบยาอื่นๆที่มีสาร alliin 4-12 มก. หรือสาร allicin 2-5 มิลลิกรัม
ขนาดรวมทั้งวิธีการใช้สำหรับอาการท้องอืดท้องอืดแน่นจุกเสียด:
ใช้กระเทียม  5-10  กลีบ ซอยละเอียด  กินหลังอาหาร หรือพร้อมอาหาร
ขนาดรวมทั้งวิธีการใช้สำหรับรักษาขี้กลากโรคเกลื้อน:
                   ฝานกระเทียมเช็ดบ่อยๆบริเวณที่เป็น  หรือตำแล้วขยี้ทาบริเวณที่เป็น  วันละ 2 ครั้ง ก่อนที่จะทายาใช้ไม้บางๆเล็กๆที่ได้ฆ่าเชื้อโรคแล้ว (โดยการแช่ในแอลกอฮอล์ 70%  หรือต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที) ขูดบริเวณที่เป็น ให้ผิวหนังแดงๆก่อนทา เพื่อตัวยาซึมลงไปได้ดีขึ้น เมื่อหายแล้วให้ทายาต่ออีก 7-10 วัน
ขนาดและวิธีใช้สำหรับแก้ไอ:
                   หนังสือเรียนยาไทยให้ใช้กระเทียม แล้วก็ขิงสดอย่างละเสมอกันตำละเอียด ละลายน้ำอ้อยสด คั้นเอาน้ำจิบแก้ไอ กัดเสลด ทำให้เสมหะแห้ง หนังสือเรียนยาไทยบางตำรับให้คั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวเพิ่มเกลือใช้จิดหรือกวาดคอ
องค์ประกอบทางเคมี:
           น้ำมันหอมระเหย ประมาณ 0. 1-0. 4% มีองค์ประกอบหลักคือ allicin  ajoene  alliin  allyldisulfide diallyldisulfide ซึ่งเป็นสารประกอบกลุ่มกลุ่ม organosulfur  สารในกลุ่มนี้ที่พบในกระเทียมดังเช่น  สารกลุ่ม S-(+)-alkyl-L-cysteine sulfoxides , alliin 1% , methiin 0. 2% , isoalliin 0. 06% และ cycloalliin 0. 1% และสารที่ไม่ระเหยเป็น สารกลุ่ม gamma-L-glutamyl-S-alkyl-L-cysteines , gamma-glutamyl-S-trans-1-propenylcysteine 0. 6% แล้วก็ gamma-glutamyl-S-allylcysteine รวมโดยประมาณ 82% ของสารกลุ่ม organosulpur ทั้งผอง ส่วนสารกลุ่ม thiosulfinates (allicin) สารกรุ๊ป ajoenes (E-ajoene รวมทั้ง Z-ajoene) สารกลุ่ม vinyldithiins (2-vinyl-(4H)-1,3-dithiin , 3-vinyl-(4H)-1,2-dithiin) และสารกลุ่ม sulfides (diallyl disulfide , diallyl trisulfide) ซึ่งเป็นสารที่มิได้พบในธรรมชาติแม้กระนั้นมีสาเหตุจากการเสื่อมสภาพของสาร allin ซึ่งถูกสลายตัวด้วยเอนไซม์ alliinase ต่อจากนั้นจึงมีการรวมตัวกันใหม่ได้สาร allicin ซึ่งเป็นสารที่ไม่เสถียร ย่อยสลายได้สารกรุ๊ป sulfides อื่นๆด้วยเหตุนั้นกระเทียมที่ผ่านขั้นตอนสกัด การกลั่นน้ำมัน หรือความร้อน สารประกอบโดยมากที่เจอเป็นสารกลุ่ม diallyl sulfide , diallyl disulfide , diallyl trisulfide และ diallyl tetrasulfide ส่วนกระเทียมที่ผ่านขั้นตอนหมักในน้ำมัน สารประกอบที่พบโดยมากเป็น 2-vinyl-(4H)-1,3-dithiin , 3-vinyl-(4H)1,2-dithiin , E-ajoene รวมทั้ง Z-ajoene จำนวนของ alliin ที่พบในกระเทียมสด ราวๆ 0. 25-1. 15% สารกลุ่มอื่นๆที่พบ ได้แก่ สารเมือก และ albumin, scordinins, saponins 0. 07% , beta-sitosterol 0. 0015%, steroids, triterpenoids และ flavonoids
การเรียนทางเภสัชวิทยา: 
ฤทธิ์คุ้มครองปกป้องตับจากสารพิษ
      การทดสอบป้อนสาร diallyl disulfide (DADS) จากกระเทียมให้แก่หนูขาว ขนาดวันละ 50 รวมทั้ง 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ในหนูแต่ละกรุ๊ป นานติดต่อกัน 5 วัน ก่อนรั้งนำให้ตับมีการเสียหายด้วยสาร carbon tetrachloride (CCl4) พบว่า DADS ทั้งคู่ขนาดสามารถปกป้องตับเป็นพิษได้ การสำรวจลักษณะทางจุลกายวิภาคศาสตร์พบว่าสามารถยั้งความเสียหายของเซลล์ตับ โดยลดการทำงานของเอนไซม์ aspartate transaminase (AST) รวมทั้ง alanine transaminase (ALT) ในตับลงได้ ลดการแสดงออกของโปรตีนที่เกี่ยวพันในกรรมวิธีอักเสบ รวมทั้งการเสียชีวิตของเซลล์ตับ ได้แก่ Bax, cytochrome C, caspase-3, nuclear factor-kappa B, I kappa B alpha ยิ่งไปกว่านี้ยังมีผลเพิ่มการแสดงออกของโปรตีน แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต้านทานอนุมูลอิสระ อาทิเช่น catalase, superoxide dismutase, glutathione peroxidase, glutathione reductase, glutathione S-transferase ผลจากการศึกษาเล่าเรียนแสดงให้เห็นว่า สาร DADS จากกระเทียมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้วก็คุ้มครองตับจากสารพิษ โดยกลไกกระตุ้นหลักการทำงานของ nuclear factor E2-related factor 2 (Nrf2) ซึ่งเป็น transcription factor หรือโปรตีนที่ควบคุมการแสดงออกของยีนที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาเซลล์ แล้วก็เยื่อจากอนุมูลออกสิเจนที่คล่องแคล่วต่อปฏิกิริยา การกระตุ้น Nrf2 มีผลรั้งนำการผลิตเอนไซม์ต้านทานอนุมูลอิสระ รวมทั้งสร้างเอนไซม์ในระบบการกำจัดสารพิษออกมาจากร่างกายในขั้นตอนที่ 2 (detoxifying Phase II  enzyme) รวมทั้งยับยั้ง nuclear factor-kappa B มีผลให้ลดการสร้างสารที่เกี่ยวเนื่องกับการอักเสบลง แล้วก็คุ้มครองป้องกันตับจากพิษได้ (Lee, et al, 2014)
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
      เรียนฤทธิ์ต้านทานการอักเสบของสารสกัดน้ำโดยไม่ผ่านความร้อน (raw garlic) รวมทั้งสารสกัดกระเทียมที่ผ่านการต้มแล้ว เอามาทดสอบในหลอดทดสอบ โดยใช้เนื้อเยื่อของกระต่าย พบว่า raw garlic สามารถยั้งเอนไซม์ cyclooxygenase (ที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการสร้างสารอักเสบ) แบบ non-competitive รวมทั้ง irreversible จากการเรียนรู้พบว่า raw garlic สามารถยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี cyclooxygenase ได้ โดยมีค่า IC50 ต่อเกล็ดเลือด,ปอด และก็เส้นเลือดแดงในกระต่ายพอๆกับ 0. 35, 1. 10 แล้วก็ 0. 90 mg ขณะที่กระเทียมที่ต้มแล้วมีฤทธิ์ยั้ง cyclooxygenase ได้บางส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับกระเทียมที่ไม่ผ่านความร้อน เนื่องด้วยส่วนประกอบสำคัญในกระเทียมนั้นถูกทำลายตอนที่ให้ความร้อน จากผลวิจัยแสดงให้เห็นว่ากระเทียมคงจะมีสาระสำหรับในการป้องกันโรคหลอดเลือดตันได้ (Ali, 1995)
      จากการรวบรวมงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัย ที่ศึกษาฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบของกระเทียม โดยสรุปพบว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบผ่านหลายกลไก ดังนี้เป็น ต่อต้านการอักเสบผ่าน T-cell lymphocytes โดยไปยั้ง SDF1a-chemokine-induced chemotaxis ส่งผลให้การมารวมกรุ๊ปกันของสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบลดลง, ยั้ง transendothelial migration of neutrophils มีผลให้ลดการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวจำพวก neutrophil ในวิธีการอักเสบลง, ยั้งการหลั่งสาร TNFα ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นในขบวนการอักเสบ, กดการผลิตอนุมูลไนโตรเจนที่รวดเร็วต่อการเกิดปฏิกิริยาการอักเสบ และก็การทำงานผ่าน ERK1/2  2 กลไก ดังเช่น การขัดขวาง phosphatase-activity (directly related with ERK1/2 phosphorylation) แล้วก็การเพิ่ม phosphorylation of ERK1/2 kinase (ผ่านทาง p21ras protein thioallylation) ส่งผลทำให้การอักเสบลดลง (Martins, et al, 2016)

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
      การทดสอบความรู้ความเข้าใจในการต่อต้านเชื้อ Escherichia coli ซึ่งป็นเชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร ของสารสกัดหัวกระเทียมด้วย เอทานอล เมทานอล  อะซิโตน  และก็การสกัดสดโดยแนวทางบังคับแบบเย็น โดยใช้วิธี microdilution broth susceptibility test พบว่าการสกัดสดมีค่า MIC แล้วก็ค่า MBC น้อยที่สุด (3. 125กรัมต่อลิตร) รวมทั้งรองลงมาคือ สารสกัดจากตัวทำละลาย เอทานอล เมทานอล และก็อะซิโตน ให้ค่า MIC และก็ MBC เสมอกัน (6. 25กรัมต่อลิตร) มีความหมายว่าสารสกัดสดมีสมบัติสำหรับในการยั้ง และฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียเยี่ยมที่สุด เนื่องด้วยในกระเทียมสดมี allin เป็นสารประกอบกำมะถันที่สำคัญ เมื่อกระเทียมสดถูกบด หรือผ่านกรรมวิธีดัดแปลง allinase จะถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างใน vacuole ของเซลล์ แล้วก็อาศัยน้ำเป็นกลไกสำหรับในการทำปฏิกิริยาได้เป็น allicin ซึ่งเป็นสารที่มีความรู้ความเข้าใจสำหรับการยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งกระบวนการสกัดสดช่วยทำให้วิธีการทำปฏิกิริยาระหว่างสาร allin รวมทั้ง allinase ดีขึ้น เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการบีบเค้นน้ำกระเทียมซึ่งระยะเวลาดังกล่าวข้างต้นช่วยให้แนวทางการทำปฏิกิริยาระหว่างสารมากขึ้น อาจก่อให้ได้ allicin เพิ่มขึ้น (ภรเจริญ แล้วก็รังสินี, 2554)
ฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ
         เมื่อนำสารสกัดกระเทียมที่ได้จากการบ่มสกัด (aged garlic extract (AGE) ด้วย 20 % เอทานอล ตรงเวลา 20 เดือน ที่อุณหภูมิห้อง นำมาทดลองการต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไลโปโปรตีนจำพวกความหนาแน่นต่ำ หรือต้านทานการเกิด oxidized LDL (ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการเกิดสภาวะเส้นโลหิตแดงแข็ง) โดยนำ LDL ที่แยกได้จากคนมาทดสอบในสภาวะที่มีไหมมี AGE โดยใช้ CuSO4 และก็ 5-lipoxygenase เหนี่ยวนำให้เกิด oxidized LDL และก็ทดลองสารสกัดของ AGE ผลการทดลองพบว่า AGE มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระโดยลดการสร้าง superoxide ion (อนุมูลอิสระของออกซิเจน) แล้วก็ลดการเกิด lipid peroxide (ขบวนการออกซิเดชันของไขมัน)  โดย AGE 10%v/v เมื่อใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สามารถยับยั้งการเกิด superoxide ได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนสารสกัด 10% v/v จาก diethyl ether ของ AGE ให้ผล 34%  ฤทธิ์ลดการเกิด lipid peroxidation ของ LDL พบว่าสารสกัด 10% v/v จาก diethyl ether ลดการเกิด lipid peroxidation ที่เกิดขึ้นมาจากการเหนี่ยวนำของ Cu2+ แล้วก็ 5-lipoxygenase ได้ 81% และก็ 37% เป็นลำดับ สรุปได้ว่า AGE มีผลยับยั้งการเกิด oxidation ของ LDL โดยลดการผลิต superoxide รวมทั้งยั้งการเกิด lipid peroxide  ดังนั้น AGE ก็เลยอาจมีหน้าที่สำหรับเพื่อการคุ้มครองการเกิดสภาวะเส้นโลหิตแดงแข็งตัว (atherosclerotic disease) ได้ (Dillon, et al, 2003)
      การเล่าเรียนฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหัวกระเทียมด้วย เอทานอล เมทานอล  อะซิโตน  และการสกัดสดโดยวิธีบีบบังคับแบบเย็น ทดลองโดยวิธีการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH, การต้านออกซิไดส์จากสาร hydrogen peroxide (hydrogen peroxide (H2O2) scavenging activity ผลของการทดลองฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH พบว่าการสกัดกระเทียมด้วยตัวทำละลายอะซิโตน ให้ค่า IC50 น้อยที่สุด เท่ากับ 3. 58±0. 02 mg/ml รองลงมา อาทิเช่น สารสกัดเมทานอล เอทานอล แล้วก็การสกัดสด ตามลำดับ โดยมีค่า IC50 พอๆกับ 3. 72±0. 03, 4. 47±0. 20 แล้วก็ 55. 36±3. 96 mg/ml เป็นลำดับ  ผลของการต้านสารออกสิไดซ์ที่รุนแรง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) พบว่าสารสกัดด้วยตัวทำละลายเมทานอล มีสมบัติการต้านออกสิไดส์ของสาร H hxxp: www. disthai. com/

2

กระเทียม
กระเทียมกับผลดีต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเหมือนกันกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงเตรียมอาหาร กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วไป เพราะเหตุว่าอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และก็ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีสาระต่อสภาพทางด้านร่างกาย
กระเทียม
ผู้คนจำนวนมากอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมีต้นเหตุมาจากสารอัลลิสิน (Allicin) นอกจากจะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่เด่นแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วก็อาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดีขึ้น โดยที่หลายๆคนมั่นใจว่าการรับประทานกระเทียมบางทีอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิต ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล บรรเทาหวัด รวมถึงใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมร่วงอีกด้วย
ดังนี้ข้อยืนยันหรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยรับรองสรรพคุณ คุณประโยชน์ รวมทั้งความปลอดภัยของการรับประทานกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับในการรักษาโรคเหล่านี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิสินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงหน้าในหลอดเลือดและก็ส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัวรวมทั้งทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่มีระดับความดันเลือดสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากยิ่งกว่าหรือพอๆกับ 140 ไม่ลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มก.  เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับคนเจ็บที่กินยาหลอก ก็เลยอาจจะกล่าวว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีสมรรถนะในการรักษาคนป่วยความดันเลือดสูงได้ดียิ่งไปกว่ายาหลอก
แม้กระทั่งมีการทดสอบอีก 2 ชิ้นที่บ่งบอกถึงถึงคุณภาพของกระเทียมสำหรับในการลดความดันเลือดได้ดีมากยิ่งกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าผลการทดลองอาจยังไม่แม่นยำเพียงพอที่จะสรุปประสิทธิภาพของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจรวมทั้งหลอดเลือดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จึงยังจำเป็นจะต้องเรียนรู้เสริมเติมเพื่อรับรองคุณภาพที่เด่นชัดเพิ่มขึ้น
มะเร็ง ความเกี่ยวข้องของการบริโภคกระเทียมแล้วก็ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังกำกวมและยังคงเป็นที่แย้งกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งหมดศชายรวมทั้งผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารจำนวนกว่า 5,000 คน รับประทานสารอัลลิทริดินขนาด 200 มก. ต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี และก็เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอกแล้วพบว่ากรุ๊ปที่รับประทานสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดน้อยลง 33 เปอร์เซ็นต์ และก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะลดน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม มีการทำการศึกษาอีก 19 ชิ้นแสดงให้เห็นว่า ยังไม่เจอหลักฐานที่น่าเชื่อถือถึงที่เหมาะจะช่วยส่งเสริมความเกี่ยวพันของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ มะเร็งอก มะเร็งปอด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมีหลักฐานที่ค่อนข้างจำกัดที่สนับสนุนว่าการบริโภคกระเทียมอาจช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในโพรงปาก หรือโรคมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกา (NCI) ได้พูดว่ากระเทียมเป็นผักประเภทหนึ่งที่อาจมีคุณลักษณะต้านทานโรคมะเร็ง แต่ว่ายังมีต้นสายปลายเหตุอื่นๆอาทิเช่น รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกระเทียม หรือปริมาณความเข้มข้นที่หลากหลาย อาจจะเป็นผลให้พิสูจน์ถึงคุณภาพของกระเทียมได้ยาก และเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้สมรรถนะของกระเทียมหมดลงไปได้เช่นเดียวกัน
แก้หวัด หลายท่านเชื่อว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์รวมทั้งเชื้อไวรัส รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันรวมทั้งทุเลาอาการหวัดมาอย่างช้านาน ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน กินสารสกัดจากกระเทียมแบบเป็นเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิซินขนาด 180 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้ง ตรงเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครจดบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 65 ครั้ง ทั้งยังยังพบว่าระยะเวลาของการเป็นหวัดในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีจำนวนวันที่น้อยกว่า แต่ระยะเวลาการฟื้นฟูสภาพจากอาการหวัดของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปมีความต่างกันเพียงเล็กน้อย ถึงผลการทดสอบข้างต้นจะแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดลองทางคลินิกยังไม่เพียงพอและก็ควรต้องเรียนรู้เสริมเติมเพื่อรับรองสมรรถนะของกระเทียมให้แจ้งชัดยิ่งขึ้น
ลดน้ำหนักและมวลไขมัน ในคนป่วยสภาวะไขมันพอกตับ ที่มิได้มีเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นมักมีเหตุมาจากโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งการรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดน้ำหนักบางทีอาจไม่เพียงพอ ถ้าหากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารพร้อมกันไปด้วย การกินกระเทียมจึงอาจเป็นโอกาสหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเหตุว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์และก็สารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณลักษณะปกป้องสภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนไข้ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งปวงศชายและผู้หญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี ปริมาณทั้งปวง 110 คน รับประทานกระเทียมผงจำพวกแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งภายในประกอบไปด้วยสารอัลสิลินขนาด 1. 5 มก.  วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ว่ากินกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า น้ำหนักและมวลร่างกายน้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก จึงอาจจะกล่าวว่าการกินกระเทียมบางทีอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับและก็ปกป้องหรือชะลอการเกิดสภาวะไขมันพอกตับที่มิได้มีต้นเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นการเล่าเรียนในอนาคตยังควรต้องวางแบบการทดลองให้รวมทั้งควรเพิ่มระยะเวลาในการทดลองเพื่อยืนยันความสามารถของกระเทียมให้แน่ชัดยิ่งขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงไม่ตรงกัน ก็เลยทำให้ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองรวมทั้งการเรียนโดยการทบทวนงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เกี่ยวข้องจำนวน 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การกินกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้น้อย แต่ว่าไม่ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น หรือเปล่าทำให้ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยลงอะไร ก็เลยยังจำเป็นจะต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อหาผลสรุปแล้วก็รับรองสมรรถนะของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่กระจ่างยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยในการรับประทานกระเทียม
การรับประทานกระเทียมออกจะไม่มีอันตรายหากรับประทานในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ดังเช่นว่า ปากเหม็น มีกลิ่นเต่า รู้สึกแสบร้อนที่บริเวณปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกึ่งกลางอก ท้องเฟ้อ อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องเดิน อาการพวกนี้บางทีอาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรับประทานกระเทียมสด ทั้งยังการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่รอบๆผิวหนังอาจทำให้กำเนิดอาการแสบร้อนรวมทั้งเคืองได้
ข้อควรพิจารณาในการกินกระเทียมโดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อแต่นี้ไป
ผู้ที่กำลังมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในตอนการมีท้องค่อนข้างจะไม่เป็นอันตรายถ้ากินเป็นของกินหรือในจำนวนที่สมควร แต่ว่าอาจไม่ปลอดภัยถ้ากินกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
เด็ก การกินกระเทียมในจำนวนที่เหมาะสมและในระยะสั้นๆอาจไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก แต่ว่าการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจทำให้กำเนิดอาการแสบร้อนรวมทั้งระคาย
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยของอาหาร อาจจะทำให้มีการระคายเคืองที่ดินเดินอาหารได้
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การกินกระเทียมอาจส่งผลให้ระดับความดันเลือดลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าธรรมดา
ผู้ที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดรับประทานกระเทียมก่อนการผ่าตัดขั้นต่ำ 2 อาทิตย์เนื่องจากว่าอาจจะส่งผลให้เลือดออกมากแล้วก็ส่งผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และคนที่มีภาวการณ์เลือดออกไม่ดีเหมือนปกติไม่สมควรกินกระเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเทียมสด เนื่องจากว่าอาจเพิ่มการเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการกินยารักษาโรค อาทิเช่น ไอโซไนอะซิด เพราะกระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาภายในร่างกายและมีผลต่อประสิทธิภาพรูปแบบการทำงานของยา รวมถึงไม่สมควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังนี้
ยารักษาการติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ยาคุมกำเนิด
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ยาต่อต้านเกล็ดเลือด
hxxp: www. disthai. com/

3

กระเทียม
กระเทียม ชื่อสามัญ Garlic
กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ คือคำว่า Allium sativum L.  จัดอยู่ในสกุลพลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในตระกูลย่อย ALLIOIDEAE (ALLIACEAE)
สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกมากมายในทางภาคเหนือรวมทั้งภาคอีสาน แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นแรงคงหนีไม่พ้นจังหวัดศรีสะเกศ
คุณประโยชน์ของกระเทียม
ช่วยทำนุบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดีแล้วก็แข็งแรง
ช่วยเสริมสร้างการเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
ช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและก็น้ำตาลในเลือด
ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
ช่วยแก้อาการวิงเวียนหัว อาการมึน ปวดหัว หูอื้อ
ช่วยในเรื่องระบบขยายพันธุ์รวมทั้งระบบทางเดินปัสสาวะ เพราะว่ามีสารที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนหญิงแล้วก็ชาย ช่วยให้มดลูกบีบตัว เพิ่มพลังให้มีเรี่ยวแรง
ช่วยรักษาโรคความดันเลือด
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวทันควัน
ช่วยต่อต้านเนื้องอก
ช่วยขจัดปัญหาผมบาง ยาวช้า มีสีเทา
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดรวมทั้งรักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยในการขับพิษรวมทั้งสารพิษอันตรายที่แปดเปื้อนในเม็ดเลือด
ช่วยป้องกันผนังเส้นเลือดดกและก็แข็ง
สารสกัดน้ำมันกระเทียมมีสารที่มีส่วนช่วยในการละลายลิ่มเลือด
ช่วยป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
มีสารต้านทานไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก
ช่วยทุเลาอาการไอ น้ำมูกไหล ปกป้องหวัด
ช่วยรักษาโรคไข้หวัดและก็ไข้หวัดใหญ่
ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบรวมทั้งไซนัส
ช่วยรักษาโรคโรคไอกรน
ช่วยแก้อาการหอบ หืด
ช่วยรักษาโรคหลอดลม
ช่วยยับยั้งกลิ่นปากกระเทียม
ช่วยสำหรับการขับเหงื่อ
ช่วยสำหรับการขับเสลด
ช่วยควบคุมโรคกระเพาะ ด้วยสารที่ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ
ช่วยสำหรับเพื่อการขับลม
ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องเฟ้อ ท้องอืดท้องเฟ้อ
ช่วยคุ้มครองโรคท้องผูก
ช่วยรักษาโรคบิด
ช่วยสำหรับการขับฉี่
ช่วยสำหรับการขับพยาธิได้หลายประเภท อาทิเช่น พยาธิแส้ม้า พยาธิด้าย พยาธิเข็มหมุด พยาธิไส้เดือน ฯลฯ
ช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้
ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต
ช่วยทำลายเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆรวมทั้งเชื้อราตามหนังหัวแล้วก็บริเวณเล็บ
ช่วยยั้งเชื้อต่างๆเช่น เชื้อที่กระตุ้นให้เกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดอักเสบ เชื้อวัณโรค เป็นต้น
ช่วยกำจัดพิษจากสารตะกั่วกระเทียมสรรพคุณ
ช่วยรักษาขี้กลาก เกลื้อน
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ บำรุงข้อต่อและก็กระดูกในร่างกาย
ทุเลาลักษณะของการปวดข้อและปวดเมื่อยตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการกลยุทธ์ปวดเมื่อยและเท้าพลิก เนื่องจากมีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่นวดยาได้ดิบได้ดีเยอะขึ้นนั่นเอง
มีสารต่อต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาติสซั่ม
กระเทียมมีกลิ่นแรงจึงสามารถช่วยไล่ยุงได้เป็นอย่างดี
ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากของกิน
ประโยชน์ของกระเทียม
ประโยชน์สำคัญๆของกระเทียมอาจจะหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยแต่งรสชาติของของกิน ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่างๆอีกสารพัน
กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่หลายอย่าง และก็ยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงขึ้นยิ่งกว่าพืชประเภทอื่นๆอีกทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA แล้วก็ RNA ของเซลล์ภายในร่างกาย
นอกเหนือจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างมากมาย ดังเช่น กระเทียมเสริมของกิน กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น

ค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 33. 06 กรัม
น้ำตาล 1 กรัม
เส้นใยอาหาร 2. 1 กรัม
ไขมัน 0. 5 กรัม
โปรตีน 6. 36 กรัม
วิตามินบี 1 0. 2 มิลลิกรัม 17%
วิตามินบี 2 0. 11 มก.  9%
วิตามินบี 3 0. 7 มก.  5%
วิตามินบี 5 0. 596 มิลลิกรัม 12%
วิตามินบี 6 1. 235 มิลลิกรัม 95%
วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%
วิตามินซี 31. 2 มิลลิกรัม 38%
ธาตุแคลเซียม 181 มก.  18%
ธาตุเหล็ก 1. 7 มก.  13%
ธาตุแมกนีเซียม 25 มก.  7%
ธาตุแมงกานีส 1. 672 มิลลิกรัม 80%
ธาตุฟอสฟอรัส 153 มก.  22%
ธาตุโพแทสเซียม 401 มก.  9%
ธาตุสังกะสี 1. 16 มิลลิกรัม 12%
ธาตุซีลีเนียม 14. 2 ไมโครกรัม
% จำนวนร้อยละของปริมาณเสนอแนะที่ร่างกายอยากในวันแล้ววันเล่าสำหรับผู้ใหญ่ (มูลเหตุ : USDA Nutrient database)
ข้อเสนอแนะแล้วก็สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้กระเทียม
กระเทียมยิ่งสดมากแค่ไหนก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีมากขึ้นแค่นั้น แต่สำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยแนวทางต่างๆหรือผ่านการหมักดอง จะมีผลให้วิตามินรวมทั้งสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นเสื่อมสภาพไป
วิตามินแล้วก็แร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นกับดินและก็ลักษณะอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย
สำหรับหญิงที่กำลังท้องหรือให้นมลูก ผู้ที่หรูหราน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ หรูหราความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีลักษณะของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาอื่นๆบ่อยๆ เป็นต้นว่า ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านทานไวรัส คุณไม่สมควรรับประทานกระเทียมหรือสินค้ากระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนกระทั่งเกินไป ด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายได้
สำหรับผู้ที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อกินได้ โดยอาจจะมีอาการอาเจียน และมีอาหารหัวใจที่เต้นแรงไม่ปกติ แต่ว่าอาการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเบาๆหายไปเองภายในช่วงระยะเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่ประยุกต์ใช้สำหรับการปรุงอาหารมักจะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบสดๆ
สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเสมอๆรวมทั้งเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรจะหลบหลีกการสัมผัสกระเทียมโดยตรงเสมอๆด้วยการสวมถึงมือทุกหนเวลาที่จะใช้กระเทียม
ถึงแม้กระเทียมจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณอยู่มากไม่น้อยเลยทีเดียว แต่คุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลสำหรับเพื่อการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง อีกทั้งผลที่ได้ในแต่ละบุคคลก็อาจจะแตกต่างออกไป โดยเหตุนั้นคุณควรที่จะทำการเลือกรับประทานให้มากมายและครบ 5 หมู่ จะเป็นช่องทางที่เยี่ยมที่สุด เนื่องจากว่าพืชผักสมุนไพรทั่วๆไป ถ้าหากศึกษากันที่จริงแล้ว มันก็มีประโยชน์มากพอๆกับกันเลย
ปัจจุบันในบ้านเรายังไม่มีการยืนยันว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงเป็นไปได้ก็แค่สมุนไพรช่องทางในการรักษาและสมุนไพรเสริมสุขภาพแค่นั้นhxxp: www. disthai. com/

หน้า: 1