ผู้เขียน หัวข้อ: 7 จุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เกาหลี ถ่ายรูปลง IG ได้รัวๆ  (อ่าน 95 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ButaKungZa

  • Newbie
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 3
  • ประเทศ: th
  • ได้รับคำขอบคุณ: 0
  • รถรับจ้าง | ไทยแลนด์มูฟอิงไกด์
    • ดูรายละเอียด
  • ไทยแลนด์มูฟอิงไกด์

รถรับจ้างราคาถูก

7 จุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เกาหลี ถ่ายรูปลง IG ได้รัวๆi99bet

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือ ฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นช่วงเวลาที่แสนโรแมนติก เพราะต้นไม้จะพากันผลัดใบ เปลี่ยนเป็นโทนสีส้ม แดง เหลือง ดูสดใส ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศฟินๆ แบบที่มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นเอง

ตามปกติ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เกาหลี จะอยู่ในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน แล้วแต่สภาพอากาศค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีและจุดถ่ายรูปยอดฮิตมาฝากกัน รับรองว่าได้รูปสวยๆ ปังๆ ไว้อัพลงไอจีรัวๆ

1.  อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน
ถ้าพูดถึงที่เที่ยว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่เกาหลี หนึ่งในจุดชมวิวและถ่ายรูปที่งดงามที่สุดก็คือที่ อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน ในเมืองซกโช จังหวัดคังวอนโด ทางฝั่งตะวันออกของเกาหลี ที่นี่สวยงามด้วยวิวทิวทัศน์ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตามฉายาที่ได้รับว่า สวิตเซอร์แลนด์เกาหลี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง บรรดาต้นไม้และต้นเมเปิ้ลต่างๆ ที่อยู่รอบอุทยานก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลือง แจกความสดใสและสวยงามสลับกันทั่วทั้งภูเขา
ส่วนใหญ่ชาวเกาหลีจะนิยมมาท่องเที่ยวและปีนเขากันค่ะ แต่สำหรับใครที่มีเวลาไม่มากก็สามารถโดยสารเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาได้ ใครอยากไปรับลมเย็นๆ บนยอดเขา พร้อมชมทิวทัศน์ของขุนเขาแบบ 360 องศา เก็บภาพความประทับใจสวยๆ กับคนที่คุณรักไปด้วย ขอแนะนำเลยค่า

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 3,500 วอน / เด็ก (อายุ 14-19 ปี) 1,000 วอน / เด็ก (อายุ 8-13 ปี) 500 วอน
เคเบิ้ลคาร์: Round Trip ผู้ใหญ่ 10,000 วอน / เด็ก (อายุต่ำกว่า 14 ปี) 6,000 วอน
เวลาทำการ: 09. 00 – 18. 00 น.
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสที่สถานี Dong Seoul Bus Terminal (รถไฟใต้ดินสาย 2 สีเขียว ลงสถานี Gangbyeon) ไปลงยังสถานี Sokcho Intercity Bus Terminal แล้วโดยสารรถเมล์สาย 7 หรือ 7-1 ลงที่ป้ายสุดท้าย Seoraksan Sogongwon

2.  อุทยานแห่งชาติบุคฮันซาน
อีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงโซล ที่เราสามารถไปชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามได้นั่นก็คือที่ อุทยานแห่งชาติบุคฮันซาน ภูเขาหินแกรนิตขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของกรุงโซล ที่โอบล้อมด้วยพรรณไม้ต่างๆ กว่า 1,300 ชนิด และเป็นสถานที่เก่าแก่ที่เป็นที่ตั้งของวัดและป้อมปราการตั้งแต่สมัยอาณาจักรชิลลา
ที่นี่เป็นนิยมมากๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า ปีนเขา ชมธรรมชาติ เนื่องจากมีหลากหลายเส้นทางและหลายยอดเขาให้เลือกท้าทายความสามารถกัน ซึ่งนอกจากจะได้ชมทิวทัศน์ภาพใบไม้เปลี่ยนสีสันสดใสปกคลุมภูเขาทั้งลูกแล้ว จากจุดชมวิวบนยอดเขายังสามารถมองเห็นกรุงโซลและแม่น้ำฮันได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ใครชอบปีนเขา ชอบเที่ยวชมธรรมชาติสวยๆ จดไว้ในลิสต์เลยค่ะ!

เวลาทำการ: 09. 00 – 15. 00 น.
การเดินทาง:
Bukhansan National Park – นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 มาลงที่สถานี Gireum Station ทางออก 3 แล้วโดยสารรถเมล์สาย 110B หรือ 143 ลงที่ป้ายสุดท้าย
ป้อมปราการ Bukhansanseong Fortress – นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 มาลงที่สถานี Gupabal Station ทางออก 1 แล้วโดยสารรถเมล์สาย 704 (Bukhansanseong Fortress) แล้วลงที่ป้ายหน้าทางเข้า Bukhansan Mountain

3.  เกาะนามิ
มาถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสำหรับคู่รักที่มา ทัวร์เกาหลี ต้อง-ห้าม-พลาด!! นั่นก็คือ เกาะนามิ อันแสนโด่งดังจากซีรี่ย์เรื่อง Winter Love Song เป็นเกาะเล็กๆ รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว อยู่ห่างจากกรุงโซลเพียง 60 นาที แต่สวยงามเลอค่าเหมาะแก่การมาแชะภาพคู่กันเป็นที่สุด โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นแปะก๊วยที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามทางเดินก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด บรรดาต้นเมเปิ้ลต่างๆ ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มและแดง กระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ ไม่ว่าจะเดินเล่น ถ่ายรูป ขี่จักรยาน หรือแค่นั่งปิกนิกใต้ต้นไม้กับครอบครัวก็ฟินสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Gyeongchun มาลงที่สถานี Gapyeong แล้วต่อรถบัสที่ด้านหน้าสถานีรถไฟ หรือแท็กซี่ไปท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากตามตารางเวลาดังนี้
07. 30 – 09. 00 น.  (ทุกๆ 30 นาที)
09. 00 – 18. 00 น.  (ทุกๆ 10-20 นาที)
18. 00 – 21. 40 น.  (ทุกๆ 30 นาที)
*ตารางเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงช่วงเทศกาล

4.  สะพานแขวนมาจังโฮซู
i99bet
ถ้าพูดถึงจุดชมวิวและถ่ายรูปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตอนนี้ที่กำลังฮิตสุดๆ นั่นก็คือ สะพานแขวนมาจังโฮซู แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองพาจู ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2018 ที่ผ่านมานี้เอง นอกจากจะเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในเกาหลี แล้ว ภายในพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตรของทะเลสาบมาจัง ก็ยังทำการรีโนเวทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในรูปแบบ Outro Theme Park ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางปีนเขา พื้นที่แคมปิ้ง กิจกรรมทางน้ำต่างๆ หอดูดาว คาเฟ่และร้านอาหารมากมาย เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่ใครมาเกาหลีต้องห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีสุดๆ

5.  พระราชวังเคียงบกกุง
ใครอยากมีรูปสวยๆ สวมชุดฮันบกอยู่ท่ามกลางใบไม้แดง ในบรรยากาศสุดคลาสสิกประหนึ่งเป็นองค์หญิงในวังหลวง มาเที่ยว เกาหลี ฤดูนี้ต้องมาที่ พระราชวังเคียงบกกุง นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์เกาหลีที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแล้ว ในช่วงนี้จะมีความงดงามมากเป็นพิเศษ เพราะมีสีสันของบรรดาต้นแปะก๊วย ต้นเมเปิ้ล มาช่วยแต่งแต้มให้พระราชวังหลวงแห่งนี้ดูมีเสน่ห์และน่าเยี่ยมชมมากขึ้น จะมาเดินเล่นชิลๆ หรือจะ เช่าชุดฮันบกในเกาหลี แวะถ่ายรูปตรงจุดไหนก็ฟิน

เวลาทำการ: 09. 00 – 17. 00 น.  (ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 16. 00 น. ) / ปิดทำการทุกวันอังคาร
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 3,000 วอน / เด็ก (7-18 ปี) 1,500 วอน / เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เข้าชมฟรี
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 มาลงที่สถานี Gyeongbokgung ทางออก 5

6.  พระราชวังชางด็อกกุง
พระราชวังชางด็อกกุง อีกหนึ่งจุดถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตในโซลที่ใครมา ทัวร์เกาหลี ไม่ควรพลาด ที่นี่เคยเป็นพระราชวังหลวงแห่งที่สองที่ได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO เมื่อปี ค. ศ.  1997 บรรยากาศรอบๆ มีความงดงาม คลาสสิก และค่อนข้างเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยสีสันสดใสของต้นไม้ต่างๆ ที่กำลังผลัดใบเปลี่ยนสี โดยเฉพาะภายใน สวนฮูวอน หรือที่เรียกกันว่าสวนลับ ทางเดินอาจจะชันหน่อย แต่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ดีงาม แถมได้ฟีลเหมือนเข้าไปอยู่ในละครย้อนยุคอีกต่างหาก ถ้ายิ่งสวมชุดฮันบกสวยๆ เข้าไปเก็บภาพประทับใจกันด้วยนะ 10 10 10 ไปเลยจ้า!!
เวลาทำการ: 09. 00 – 17. 30 น.  / ปิดทำการทุกวันจันทร์
ค่าเข้าชม: พระราชวัง 3,000 วอน / สวนฮูวอน 5,000 วอน
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 มาลงที่สถานี Anguk ทางออก 3 แล้วเดินตรงมาอีกประมาณ 300 เมตร

7.  มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา
ปิดท้ายกันที่ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเกาหลี และยังเป็นจุดถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตในกรุงโซลอีกด้วย ทั้งสถาปัตยกรรมอลังการล้อมด้วยทิวทัศน์สวยๆ ผสมกับสีสันสดใสของต้นแปะก๊วยและต้นเมเปิ้ลที่อยู่รอบๆ ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ต้องห้ามพลาดเลยทีเดียว
เวลาทำการ: 10. 00 – 17. 00 น.
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 มาลงที่สถานี Ewha Woman’s University ทางออก 2 หรือ 3

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : mushroomtraveli99bet





Tags:
 
แบ่งปันบทความนี้ ...
เว็บบอร์ด
(BBCode)
เว็บไซต์
(HTML)




Facebook Comments